ภาษาไทย | Thai

การฉ้อโกง ตอนที่ 1

เมลานี โอลสัน (Melanie Olson) ผู้จัดการฝ่ายข่าวกรอง การฉ้อโกงและอาชญากรรมอินเทอร์เน็ต: การฉ้อโกง หมายถึงการได้มาซึ่งผลประโยชน์ ซึ่งมักจะเป็นผลประโยชน์ทางการเงิน ด้วยการหลอกลวง

ธุรกิจขนาดเล็กอาจจะถูกฉ้อโกงได้หลายรูปแบบ วิธีการที่พบบ่อยที่สุดก็คือทางเครื่องเอฟทีพอส (Eftpos) หรือการใช้บัตรเครดิตในทางที่ผิด ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิตปลอม หรือบัตรที่ถูกขโมยมา นอกจากนี้ ยังมีการฉ้อโกงแบบไม่มีบัตร เมื่อคนให้ข้อมูลบัตรเครดิตของตน ทางโทรศัพท์

ธุรกิจสามารถตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มอาชญากร ผ่านเครื่องเอฟทีพอสได้หลากหลายวิธี และมิจฉาชีพจะเปลี่ยนวิธีการโจมตีเหยื่อที่ตกเป็นเป้าหมายได้

วิธีการที่พบบ่อยอย่างหนึ่ง คือ  ธุรกิจจะได้รับการติดต่อและบอกว่าพวกเขามาจากธนาคารแล้วเปลี่ยนเครื่องเอฟทีพอสนั้นเป็นเครื่องของพวกเขาที่พวกเขาสามารถใช้งานได้

อีกวิธีหนึ่ง คือผ่านทางเครื่องคิดเงินสด เครื่องเอฟทีพอส จะเชื่อมต่ออยู่กับเครื่องคิดเงินสด และต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งกลุ่มอาชญากรจะสามารถใช้อัพโหลดมัลแวร์ได้

มีหลายขั้นตอน ที่ธุรกิจจะสามารถลดช่องโหว่ของตน เพื่อป้องกันการฉ้อโกงทางเครื่องเอฟทีพอสได้

ป็นเรื่องสำคัญ ที่พนักงานร้านจะต้องทราบ ว่าความปลอดภัยของเครื่องเอฟทีพอส สำคัญมาก  ควรเก็บเครื่องเอฟทีพอสเมื่อไม่ได้ใช้งาน   ไว้ใต้เคาน์เตอร์หรือในลิ้นชัก ที่คนทั่วไปจะเข้าถึงไม่ได้ นอกจากนี้  ไม่ควรให้พนักงานใช้เครื่องคิดเงิน เพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ต นอกจากเพื่อธุรกรรมผ่านเครื่องเอฟทีพอสเท่านั้น

ถ้าธุรกิจสงสัย ว่าตนตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงผ่านเครื่องเอฟทีพอส ขั้นตอนแรกสุดที่ควรทำ คือการติดต่อธนาคาร ธนาคาร น่าจะแนะนำให้ปิดเครื่องทันที โดยปิดสวิตช์เครื่องเอฟทีพอส เพื่อให้ธนาคารมีเวลาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ในกรณีที่ธุรกิจประสบกับความสูญเสียทางการเงิน ก็ควรติดต่อตำรวจและสำนักงานใหญ่ของบริษัทตน และถ้าธุรกิจตั้งอยู่ในศูนย์การเงินขนาดใหญ่ ก็ควรติดต่อฝ่ายบริหารหรือฝ่ายรักษาความปลอดภัยส่วนกลาง

อาชญากรสามารถฉ้อโกงธุรกิจได้โดยใช้บัตรเครดิตปลอม หรือด้วยการขโมยข้อมูลจากบัตรเครดิตจริง ด้วยการสแกนข้อมูลผ่านเครื่องเอทีเอ็มหรือเอฟทีพอสแล้วสร้างบัตรปลอมขึ้นมาที่มีข้อมูลดังกล่าวอยู่บนบัตร บัตรดังกล่าวจะสามารถใช้รหัสพินหรือลายมือชื่อได้ และข้อมูลบนบัตรไม่จำเป็นต้องเหมือนกับชื่อเจ้าของบัญชี ดังนั้น เวลาที่พิมพ์ข้อมูลลงบนใบเสร็จรับเงิน เลขบัตรเครดิตหรือชื่อบุคคล ก็อาจจะไม่เหมือนกับที่แสดงอยู่บนบัตรก็ได้

มีหลายขั้นตอน ที่ธุรกิจจะสามารถลดช่องโหว่ของตน ในด้านการถูกฉ้อโกงบัตรเครดิตได้

ขั้นแรกสุด พนักงานร้านควรตรวจสอบเปรียบเทียบใบเสร็จรับเงินกับ ตัวบัตร และให้แน่ใจว่ารายละเอียดทั้งหมดบนใบเสร็จรับเงินนั้นตรงกับบนบัตร

นอกจากนี้ ธุรกิจควรกำหนดเพดานวงเงินไว้ ถ้าการซื้อมีมูลค่าสูงกว่ายอดเงินจำนวนดังกล่าว ก็ควรขอคำยืนยันจากทางธนาคาร

ธุรกิจควรสังเกตบัตรที่ดูเหมือนเพิ่งทำขึ้นใหม่มากเป็นพิเศษ และระวังบัตรพวกนี้ให้มากกว่าปกติ นอกจากนี้ ธุรกิจควรบอกพนักงานของตน ว่าห้ามพิมพ์เลขบัตรเครดิตด้วยมือ ซึ่งบางทีก็มีผู้ใช้กัน ในกรณีที่ชิพของบัตรเครดิตหรือการรูดบัตรไม่ทำงาน

นอกจากนี้ ธุรกิจควรพิจารณาเรื่องการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพราะอุปกรณ์ความปลอดภัยที่เห็นได้ชัดเจนแบบนี้จะสามารถยับยั้งกลุ่มอาชญกรไม่ให้เลือกธุรกิจของท่านเป็นเป้าหมายได้

ประการสุดท้าย ถ้าธุรกิจสงสัย ว่าบัตรถูกขโมยมา มากกว่าเป็นบัตรปลอม ธุรกิจก็ควรขอดูบัตรที่มีรูปถ่าย  เช่นใบขับขี่ เพื่อเปรียบเทียบชื่อบนใบขับขี่กับชื่อบนบัตรเครดิต

ถ้าท่านสงสัย ว่าเครื่องเอฟทีพอส หรือระบบความปลอดภัยบัตรเครดิตของท่านไม่ปลอดภัย สิ่งแรกที่ท่านควรทำ คือติดต่อธนาคารของท่าน ซึ่งธนาคารจะสามารถให้คำแนะนำแก่ท่านได้ นอกจากนี้ ท่านควรติดต่อตำรวจและเก็บคลิปวิดีโอของกล้องวงจรปิดเอาไว้ ถ้ามี และท่านควรติดต่อฝ่ายบริหารของสถานที่หรือฝ่ายรักษาความปลอดภัย ถ้าธุรกิจของท่านตั้งอยู่ในศูนย์การค้าขนาดใหญ่

เจ้าของธุรกิจควรตรวจสอบเครื่องเอฟทีพอสเป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจ ว่าเป็นเครื่องตัวจริงของตน และอาจทำสัญลักษณ์ของตนไว้บนเครื่อง ด้วยการแกะสลักหรือด้วยวิธีอื่นในทำนองเดียวกัน

มีแหล่งความช่วยเหลือหลายอย่าง ที่จะให้ความรู้และข่าวใหม่ล่าสุด สำหรับธุรกิจในเรื่องแนวโน้มการฉ้อโกงล่าสุด สำนักงานตำรวจและทีมอาชญากรรมคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตของนิวเซาธ์เวลส์ มีข้อมูลเหล่านี้อยู่บนเว็บไซต์ของเรา – นี่รวมถึงเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อโกงประเภทต่างๆ และสิ่งที่ท่านสามารถทำได้เพื่อปกป้องตัวท่านเองและทรัพย์สินของท่าน นอกจากนี้ บนเว็บไซต์ของเรายังมีลิงค์ไปยังเว็บอื่นๆของรัฐบาลที่จะมีข้อมูลดีๆมากมาย และยังมีเว็บของ ACCC ที่ชื่อ SCAMwatch ซึ่งจะมีคำแนะนำอย่างละเอียดเกี่ยวกับการสังเกต หลีกเลี่ยง และแจ้งการฉ้อโกงผู้บริโภค นอกจากนี้ พลเมืองดียังสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ หรือสายด่วนตำรวจ เพื่อแจ้งเบาะแสได้ที่เบอร์ 131 444

การฉ้อโกง ตอนที่ 2

เมลานี โอลสัน (Melanie Olson) ผู้จัดการฝ่ายข่าวกรอง การฉ้อโกงและอาชญากรรมอินเทอร์เน็ต: การฉ้อโกง หมายถึงการได้มาซึ่งผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย ซึ่งมักจะเป็น ทางการเงิน ด้วยการหลอกลวง

ธุรกิจขนาดเล็กอาจจะถูกฉ้อโกงได้หลายรูปแบบ

วิธี ที่พบบ่อยที่สุด คือผ่านเครื่อเอฟทีพอสหรือผ่านการใช้บัตรเครดิตผิดๆ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิตปลอม หรือบัตรที่ถูกขโมยมา นอกจากนี้ ยังมีการฉ้อโกงแบบไม่มีบัตรโดยที่มิจฉาชีพจะให้ข้อมูลบัตรเครดิตของตนผ่านทางโทรศัพท์

การโกงแบบไม่ใช่บัตรเครดิตนั้น ก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อธุรกิจ นั่นคือ เมื่อ  ลูกค้าโทรมาให้ข้อมูลทางโทรศัพท์เกี่ยวกับบัตรเครดิตของตน หรือจะเชื่อมต่อทางอินเทอร์เน็ตแล้วสั่งซื้อสินค้าจากธุรกิจทางอินเทอร์เน็ต

ธุรกิจควรตรวจสอบให้แน่ใจ ว่าธุรกิจทราบถึงการใช้งานเครื่องเอฟทีพอสของตน  ว่าเครื่องดังกล่าวได้รับการตั้งค่าโดยธนาคาร ว่าท่านต้องแน่ใจว่าท่านได้ตั้งเครื่องในฐานะเป็นธุรกิจทางอินเทอร์เน็ต หรือเพื่อยอมรับธุรกรรมแบบไม่ต้องแสดงบัตรเครดิต  ถ้าไม่ใช่ ท่านก็อาจต้องรับผิดชอบธุรกรรมเหล่านี้ได้

ถ้าธุรกิจถูกโกง บางทีธุรกิจ ก็อาจไม่ได้รับความคุ้มครอง และอาจไม่ได้เงินคืนจากทางธนาคารก็ได้ ธนาคารกำหนด ว่าธุรกิจต้องดำเนินการเพียงพอที่จะระบุลูกค้า ก่อนจะทำธุรกรรม ถ้าธุรกิจดำเนินการเพียงพอแล้ว ธนาคารก็น่าจะคืนเงินให้ แต่ถ้าไม่ ธนาคารก็จะเรียกเก็บเงินจากธุรกิจขนาดย่อมนั้นเพื่อนำไปจ่ายให้เจ้าของบัตรเครดิตที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในกรณีหลังนี้ ธุรกิจจะสูญเสียสอง เพราะนอกจากจะเสียสินค้าแล้ว ยังต้องเสียเงินที่ธนาคารจะเรียกเก็บจากธุรกิจด้วย

เทคโนโลยีชิพ คือชิพสีทองสี่เหลี่ยมที่ติดอยู่บนบัตรเครดิตในปัจจุบัน ในปัจจุบันนี้บัตรวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดทุกใบที่ออกมา จะมีชิพดังกล่าวติดอยู่ด้วย ชิพสีทองสี่เหลี่ยมนี้จะมีรายละเอียดทั้งหมดของเจ้าของบัญชี ซึ่งแต่ก่อนนั้นข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตร

เทคโนโลยีชิพเป็นสิ่งที่ยากมากกว่าเดิมมาก สำหรับอาชญากรที่จะทำซ้ำ  ถ้าชิพใดไม่ทำงานในเครื่องเอฟทีพอสของท่าน ท่านควรจะสงสัยบัตรใบนั้นให้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าท่านทราบว่าเครื่องของท่านใช้งานมาแล้ว เป็นผลสำเจ็จกับบัตรติดชิพใบอื่นหลายครั้ง ในวันนั้น 

เพย์เวฟ (payWave) หรือ “แตะแล้วไป Tap-and-go”  เป็นการจ่ายเงินแบบใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยีชิพบนบัตรเครดิต และทำให้ลูกค้าสามารถใช้บัตรเพื่อทำธุรกรรมขนาดเล็กที่มูลค่าน้อยกว่า $100 ได้

บัตรเพย์เวปสามารถถูกนำมาใช้โกงได้ เพราะบัตรนี้อนุญาตให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมที่ต่ำกว่าเพดาน $100 ได้หลายครั้ง และธุรกิจควรจะสงสัย ถ้าใครทำธุรกรรมที่ต่ำกว่า $100 หลายครั้ง โดยที่ถ้ารวมธุรกรรมเหล่านี้เข้าเป็นธุรกรรมเดียวแล้ว  ต้องขออนุญาตจากทางธนาคาร

ถ้าธุรกิจสงสัย ว่าตนถูกโกงโดยใช้เพย์เวป ก็คล้ายๆกับ คำแนะนำ ที่เราให้ไว้ ในกรณีฉ้อโกงรูปแบบอื่น  ท่านควรติดต่อธนาคาร ติดต่อตำรวจ บันทึกคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด และติดต่อฝ่าย รักษาความปลอดภัยหรือฝ่ายบริหารจัดการของศูนย์การค้า ถ้าธุรกิจนั้นอยู่ในศูนย์ขนาดใหญ่

มีการหลอกลวงและกิจกรรม ในรูปแบบอื่นอีกมากมายที่ธุรกิจต้องทราบเกี่ยวกับการฉ้อโกง กลุ่มอาชญากรจะพัฒนาวิธีเข้าถึงเงินด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเสมอ และธุรกิจควรทราบ ว่านี่สามารถทำได้โดยพนักงานของท่านเองหรือคนในชุมชน หรือทั้งสองอย่างก็ได้

สิ่งที่ท่านควรระวัง รวมถึง ธุรกรรมที่น่าสงสัย เช่นคนที่ทำการซื้อสินค้าจำนวนเล็กน้อย เพื่อทดสอบว่าบัตรใบนั้นทำงานหรือเปล่า แล้วจึงซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูงมากๆ หรืออีกวิธีหนึ่งที่พวกเขาใช้กันก็คือ การซื้อบัตรกำนัลมูลค่าสูง เพราะจะทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงเงินได้ โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิตปลอมที่พวกเขาจะสามารถทิ้งไปได้

มีแหล่งความช่วยเหลือมากมายที่จะให้ความรู้และข่าวใหม่ล่าสุดสำหรับธุรกิจ ในเรื่องแนวโน้มการฉ้อโกงล่าสุด สำนักงานตำรวจและทีมอาชญากรรมคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตของนิวเซาธ์เวลส์ มีข้อมูลเหล่านี้อยู่บนเว็บไซต์ของเรา -- ซึ่งได้แก่เอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อโกงประเภทต่างๆ และสิ่งที่ท่านสามารถทำได้เพื่อปกป้องตัวท่านเองและทรัพย์สินของท่าน นอกจากนี้ บนเว็บไซต์ของเรายังมีลิงค์ไปยังเว็บอื่นๆ ของรัฐบาล ที่จะมีข้อมูลที่ดีที่สุด และยังมีเว็บของ ACCC ที่ชื่อ SCAMwatch ซึ่งจะมีคำแนะนำอย่างละเอียด เกี่ยวกับการสังเกต หลีกเลี่ยง และแจ้งการฉ้อโกงผู้บริโภค นอกจากนี้ พลเมืองดียังสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ หรือสายด่วนตำรวจ เพื่อแจ้งเบาะแสได้ที่เบอร์ 131 444

Last updated: Tuesday, 1 September 2015